รู้จัก "แอสตาแซนธิน"

สารสกัดดาวรุ่งแห่งวงการความงาม

ในวงการผิวหนัง ความงาม และ สุขภาพนั้น มีสารหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง กำลังเป็นที่สนใจของสาวๆ นั่นก็คือแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) โดยมาในรูปแบบอาหารเสริมซึ่งมีสรรพคุณเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาดูกันเลยครับ

แอสตาแซนธิน เป็นสารสีแดงที่จัดอยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ที่โด่งดังด้วยผลวิจัยทางการแพทย์มากมาย เนื่องด้วยสูตรโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ของแอสตาแซนธิน ในการปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งแตกต่างกับเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ที่ช่วยปกป้องเฉพาะภายในหรือภายนอกของเยื่อหุ้มเซลล์ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระของยุคนี้ที่มีประสิทธิภาพสูง มีความปลอดภัยในการบริโภค และไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพ

โดยจากผลการวิจัยพบว่า แอสตาแซนธินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าโคเอนไซม์ คิวเท็น 800 เท่า สูงกว่าคาทีซินซึ่งเป็นสารสกัดจากชาเขียว 560 เท่า มีค่าสูงกว่าวิตามินซี 600 เท่า และวิตามินอี 550 เท่า

แอสตาแซนธิน เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ
คนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่าแอสตาแซนธิน คือ สารที่ถูกสังเคราะห์ขึ้น แต่ที่จริงแล้วแหล่งที่มาของสารแอสตา- แซนธิน คือ ปลา กุ้ง หอย สัตว์ทะเลที่มีเปลือกสีแดง ผักหรือผลไม้ที่มีสีแดง เป็นต้น ในปัจจุบันสารแอสตาแซนธินที่นิยมนำมาสกัดเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้น มักจะมาจากสาหร่ายสีแดง Haematococcus pluvialis มีปริมาณของแอสตาแซนธินเข้มข้นตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก


ประโยชน์ของ แอสตาแซนธิน
สำหรับมนุษย์แล้วแอสตาแซนธิน มีคุณสมบัติในการเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ส่งผลโดยตรงต่อความงดงามของผิวพรรณ โดยเฉพาะในเรื่องความชุ่มชื่นของผิว ริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา ปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดดในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคบางอย่าง ลดการอักเสบของโรคไขข้ออักเสบ ดังนั้นการรับประทานแอสตาแซนธินในฐานะของอาหารเสริมจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก เมื่อปริมาณความต้องการ แอสตาแซนธินมากขึ้น ราคาในเชิงพาณิชย์จึงขยับสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

นอกจากประโยชน์ในการบำรุงร่างกาย และสุขภาพของผิวพรรณแล้ว จากการค้นคว้าวิจัยยังพบว่าแอสตาแซนธิน ยังมีคุณสมบัติในการช่วยลดน้ำหนัก สำหรับคนที่ต้องการลดปริมาณแคลอรีในแต่ละวันอย่างปลอดภัยต่อร่างกาย ด้วยการส่งเสริมการเผาไหม้ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยส่งเสริมการเผาไหม้ได้มากกว่าที่ร่างกายใช้น้ำตาลกลูโคสในขณะที่ออกกำลังกายเสียอีก ขณะเดียวกันแอสตาแซนธินก็ยังช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แอสตาแซนธิน ได้รับการยอมรับว่าเป็นสารสกัดที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสูงมากในฐานะอาหารเสริมที่ต้องรับประทานเข้าไปในร่างกาย ถึงแม้จะทานในปริมาณมากถึง 4 - 40 มิลลิกรัม เป็นประจำต่อเนื่องนานถึง 12 สัปดาห์ แต่โดยส่วนใหญ่แอสตาแซนธินมักจะถูกนำใช้เป็นส่วนผสมปริมาณเล็กน้อยร่วมกับสารสกัดวิตามิน แร่ธาตุอื่นๆ เพื่อช่วยในการบำรุงผิวพรรณ รวมไปถึงสุขภาพของผู้บริโภคให้ดีมากยิ่งขึ้น ราคาในฐานะของอาหารเสริมบำรุงร่างกายก็ไม่ได้แพง และยังได้รับความนิยมอย่างยาวนานทั่วโลก มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 เลยทีเดียว

ข้อควรระวัง แอสตาแซนธิน
อย่างไรก็ตามแอสตาแซนธิน ยังมีข้อควรระวังสำหรับผู้บริโภคบางประการ โดยเฉพาะกับสตรีมีครรภ์ หรือระหว่างให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของแอสตาแซนธิน ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาวิจัยว่าปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานแอสตาแซนธินควรมีปริมาณมากน้อยเพียงใด จึงจะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานตามคำแนะนำของฉลากข้างขวดเพื่อประสิทธิภาพผลลัพธ์ที่ดีอย่างสูงสุด ดังนั้นแอสตาแซนธินซึ่งมีราคาแพง ปริมาณส่วนผสมมากๆ จึงอาจจะไม่ใช่ปัจจัยที่ดีที่สุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

ทุกวันนี้มีการนำสารแอสตาแซนธินมารวมกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เป็นการเสริมฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระให้ดีขึ้น และเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนและลดริ้วรอยได้ดีขึ้น เช่น ผสมกับ โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) และวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซี วิตามินบี เป็นต้น ดังนั้นเราควรเลือกรับประทานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความต้องการของเรา อาหารเสริมทุกประเภท สุดท้ายก็คืออาหารเสริม นั่นหมายถึง เราต้องรับประทานอาหารหลักอย่างถูกสุขลักษณะ และดูแลสุขภาพร่างกายอย่างดี อาหารเสริมจึงช่วยเสริมสร้างสุขภาพจากพื้นฐานที่ดี


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
พันตำรวจโท นายแพทย์ ดร.บันเจิด ฐิตาภิวัฒนกุล น.บ.,บธ.ม.

Group Practice/Hospital Affiliations
Police General Hospital, Mother Princess Navuti Hospital,
Dermatologist Royal Medical Division, Chitrlada Palace, Dermatologist
Medical School and Year of Graduation
Juntendo University,Tokyo, Japan 2006 Ph.D. (Dermatology)
Phramongkutklao College of Medicine, Bangkok Thailand 2000 M.D.
วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า, กรุงเทพ, ประเทศไทย พ.บ.
มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพ, ประเทศไทย น.บ. ศศ.บ. (รัฐศาสตร์)