ความเชื่อเกี่ยวกับ Anti Aging

ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า Anti Aging นะครับ เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาในการชะลอความชราได้ ถึงขนาดในบ้านเรา มีแพทย์หลายสาขาสนใจไปร่ำเรียนศาสตร์นี้ จนมีการสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอความชราของสมาคมแพทย์ประเทศ สหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว มีการผสมผสานศาสตร์ทางการแพทย์ทั้งทางตะวันออก การฝังเข็ม การกดจุด การใช้สมุนไพร การบำรุงร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ผมในฐานะแพทย์ผิวหนัง ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้เช่นเดียวกันโดยจะให้ความสำคัญในเรื่องสารต่างๆ ที่ใช้ทาภายนอกมากกว่าการรับประทานเข้าสู่ร่างกาย

ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Anti Aging มากมาย โดยมาในรูป Skin Care Product ทั้งแบบครีม ซีรั่ม โลชั่น หลักการของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ก็จะใส่สาร Active Ingredient ที่มีคุณลักษณะสามารถชะลอความชรา ส่งเสริมการสร้าง Collagen ป้องกันการเกิดริ้วรอยถาวร และทำให้ริ้วรอยแลดูน้อยลง เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังทำให้ผิวกระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์ มีคำถามที่ผมพบบ่อยที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพง มักให้ผลดีกว่าจริงหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้ว ราคาแพงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาของบริษัทผู้ผลิต โดยต้องดูจากสารต่างๆ ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ว่ามีมากน้อยเพียงใด ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพง โดยส่วนมากมักจะใส่สารที่แพงและหาได้ยาก แต่อาจไม่ได้ให้ผลที่ดีกว่าก็เป็นได้ ดังนั้นควรเลือกใช้ตามกำลังและความเหมาะสมของแต่ละคน บางคนใช้ผลิตภัณฑ์หลาย ตัว หลายยี่ห้อ อาจมีสารซ้ำกัน ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และไม่ได้ก่อให้เกิดผลที่เร็วและชัดเจนขึ้นดังใจหวังไว้ เคยมีคนไข้มาถามผมว่า ทำไมใช้ผลิตภัณฑ์ที่เขาโฆษณาว่า จะดูกระจ่างใส ริ้วรอยดูน้อยลงภายในหนึ่งสัปดาห์ ซื้อมาใช้พร้อมกันสองยี่ห้อ หวังว่าจะเร็วกว่าหนึ่งอาทิตย์ แต่ผลกลับไม่เป็นเช่นนั้นหนึ่งเดือนผ่านไปยังไม่เห็นมีความเปลี่ยนแปลงเลย บางที การทาสารบำรุงมากเกินไป ไม่ได้ช่วยในเรื่องความเร็วในการเห็นผลเลย และอาจมีผลข้างเคียงมากกว่าปรกติด้วยซ้ำไป เพราะสารหลายตัวสามารถทำปฏิกิริยาเป็นสารประกอบตัวใหม่ก่อให้เกิดการแพ้สาร ใหม่ๆ นั้นได้ ซึ่งผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์นั้น พบได้ในผลิตภัณฑ์ Skin Care ทุกชนิด ไม่เฉพาะเจาะจงกับผลิตภัณฑ์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การใช้ผลิตภัณฑ์ Anti Aging จึงไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์มากขึ้นหรือน้อยลงแต่อย่างใด

ผิวหนังของ แต่ ละคนนั้น มีธรรมชาติที่ต่างกัน เชื้อชาติ สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิ มีผลต่อธรรมชาติของผิวหนังคนเราทั้งสิ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้ชาวเอเชีย ก็จะต่างจากชาวยุโรป บางทีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Skin Care ก็ควรเลือกบริษัทที่มาเช่นกัน ผลิตภัณฑ์ Anti Aging โดยส่วนมากมักนิยมให้ใช้ทาก่อนนอน เพราะหวังผลในการดูดซึมได้ดีในช่วงที่เรานอนพัก และบางทีสารบางตัวก็เกิด อาการระคายเคืองหรือแพ้ได้ง่ายเมื่อเจอแสงแดดตอนกลางวัน การทาก่อนนอนไม่ได้หวังผลให้เกิดผลดีกว่าการทากลางวัน เพราะบางผลิตภัณฑ์ก็ออกแบบให้ทาช่วงกลางวันก็มี ทั้งนี้ต้องพิจารณาสาร Active Ingredient เป็นสำคัญมากกว่ารูปแบบการใช้ผลิตภัณฑ์

ผลข้างเคียงต่างๆ เช่น อาการแพ้ คัน ผิวลอก แดง สามารถเกิดได้กับทุกคนที่ใช้ Skin Care เราไม่สามารถป้องกันการแพ้ได้ เพียงแต่สามารถรักษาอาการแพ้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงสารที่ก่อเกิดการแพ้แก่ ตัวเรา ปฏิกิริยาการแพ้ที่ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คือ Atopic Dermatitis* และ Irritant Contact Dermatitis** การรักษาจะรักษาตามอาการเหมือนกันและหลักการสำคัญก็คือ การหลีกเลื่ยงสารที่แพ้ เช่นเดียวกันเมื่อเกิดการไม่พึงประสงค์ ให้รีบหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ และอย่าลืมนำบรรจุภัณฑ์พร้อมผลิตภัณฑ์ให้แพทย์ผิวหนังตรวจดูด้วยทุกครั้งที่ ไปพบแพทย์

หวังว่าทุกท่านคงพบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวของเรา และมีความสุขกับสุขภาพผิวที่ดีกันนะครับ สวัสดีครับ

*Atopic Dermatitis โรคผิวหนังอักเสบจากปฎิกิริยาแพ้
**Irritant Contact Dermatitis โรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสารระคายเคือง


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
พันตำรวจโท นายแพทย์ ดร.บันเจิด ฐิตาภิวัฒนกุล น.บ.,บธ.ม.

Group Practice/Hospital Affiliations
Police General Hospital, Mother Princess Navuti Hospital,
Dermatologist Royal Medical Division, Chitrlada Palace, Dermatologist
Medical School and Year of Graduation
Juntendo University,Tokyo, Japan 2006 Ph.D. (Dermatology)
Phramongkutklao College of Medicine, Bangkok Thailand 2000 M.D.
วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า, กรุงเทพ, ประเทศไทย พ.บ.
มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพ, ประเทศไทย น.บ. ศศ.บ. (รัฐศาสตร์)