คุณลลนา ก้องธรนินทร์
ใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมาย

“เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์” โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายปี จากการแจ้งเกิดเมื่อครั้งได้รับตำแหน่งนางสาวไทยในปี พ.ศ.2549 ก่อนจะมีผลงานอีกมากมาย ทั้งนักแสดง พิธีกร ตามมา และอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญอย่างการเป็นคุณหมอในปัจจุบัน ถึงแม้งานจะหนักแค่ไหน แต่คุณเจี๊ยบก็ยังไม่ลืมอีกหนึ่งเป้าหมายในชีวิตที่ได้ตั้งไว้ อย่างการเปิดฟรีคลินิค POSITIF ฉบับนี้จึงมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณเจี๊ยบถึงมุมมองในการใช้ชีวิต ตลอดจนอัพเดทความคืบหน้าในเป้าหมายที่วางไว้ให้ทุกท่านได้ทราบ

หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

ตอนนี้เป็นแพทย์ประจำบ้าน(Residence) สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กำลังจะขึ้นปี 2 ส่วนงานทางด้านบันเทิงก็มีงานพิธีกร นักแสดง ตอนนี้มีทำพิธีกรรายการเรื่องจริงผ่านจอ สกู๊ปด้านสุขภาพของรายการบางอ้ออยู่ในไทยรัฐทีวี และก็จะมีสารคดีเฉลิมพระเกียรติของสมเด็จพระเทพฯ ก็เป็นพิธีกรเช่นเดียวกัน และก็กำลังจะมีผลงานที่เป็นละคร ซึ่งกำลังดูๆ กันอยู่

ทำไมถึงสนใจเรียนต่อเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

อย่างที่หลายคนทราบว่าเจี๊ยบอยากเปิดฟรีคลินิค ซึ่งตรงกับเราที่จะรักษาได้ครอบคลุม คนไข้มาแบบไหนเรารับมือได้หมด เวลาเราเจอใครต้องการความช่วยเหลือเราเข้าไปช่วยเขาได้เลย ความจริงหมอทุกสาขาก็ช่วยได้หมดแหละ แต่ว่าเราแค่อยากเรียนเฉพาะทางด้านนี้ เราจะได้เก่งๆ จะได้รับมือกับคนไข้ได้หมด คำว่าฉุกเฉินเป็นภาวะที่ถึงแก่ชีวิต เช่น ไข้สูง ความดันสูง ตกเลือดมาก ฯลฯ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินเขาจะส่งมาหาเราก่อน

เป้าหมายของเจี๊ยบ ลลนา

เรียนแพทย์ประจำบ้านให้จบ พอเรียนจบเจี๊ยบต้องทำฟรีคลินิคเหมือนที่เคยบอกทุกคน ถ้าเกิดล้มเลิกไปก็จะกลายเป็นคนกลับกลอก เราคิดมาแล้วเราก็ต้องทำให้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนก็เพราะเรื่องนี้แหละ ไอเดียในการทำฟรีคลินิค เราให้เขาดีที่สุดไม่ได้หรอก เพราะอย่างที่รู้กันว่ายาดีๆ ก็แพงมาก แต่ว่าเราอยากจะให้เขารู้สึกว่าเขาได้รับสิ่งดีๆ เช่น การบริการที่ดี สถานที่ที่น่าชื่นใจ ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาแต่อาจจะเป็นการทำงานเชิงรุก ในการให้ความรู้แก่คนทั่วไปด้วย แต่ว่าจะทำแค่ 2 วันต่ออาทิตย์นะ พูดอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้วเพราะว่าตอนเด็กมองการณ์ไกลเหมือนกันว่าจะไม่ทำทุกวันเพราะถ้าทำทุกวันคงไม่มีอะไรกิน (หัวเราะ)

ไอดอลในการใช้ชีวิต

คุณพ่อคุณแม่ค่ะ อย่างคุณพ่อนี่เด็กที่ทำงานเขาไม่สบายเป็นมะเร็ง เขาก็ออกเงินช่วยเหลือที่บ้านจะเป็นแบบนี้กันแหละ เลยทำให้เราเป็นคนที่มีจิตใจ sensitive พอเห็นคนน่าสงสารหน่อยก็เอาแหละ (หัวเราะ)ที่บ้านไม่เคยสอนว่า ต้องช่วยคนนะ

เป้าหมายของเราคืออะไร เราก็ต้องเดินไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้
เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง มีออกนอกลู่นอกทาง
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาแข็งแรงให้ได้เหมือนเดิม เพราะเรารู้ว่าเป้าหมายในชีวิตเราคืออะไร

ทั้งเป็นคุณหมอและยังทำงานในวงการบันเทิงอีกแบ่งเวลาอย่างไร?

ถ้าพูดเรื่องการแบ่งเวลาเจี๊ยบจะตั้งไว้เลยว่า อะไรสำคัญที่สุดสำหรับเรา อย่างเจี๊ยบการเรียนสำคัญที่สุด ถ้างานชนกับการเรียน เจี๊ยบก็จะไม่รับ ต้องเลือกเรียนก่อน ถ้าเจี๊ยบว่างจากเรียนก็จะมาทำงาน อาจจะต้องเหนื่อยกว่าคนอื่น การเรียนของหมอมันคือการทำงานแล้ว คือเราเป็นหมอในโรงพยาบาลเลย อย่างเจี๊ยบเพิ่งเลิกเวรมา (หัวเราะ) เวลาว่างที่เหลือเจี๊ยบก็เอามาทำงาน แทนที่จะไปนอนก็มาทำงาน

มีช่วงที่พาวเวอร์หมดเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่เรามีเป้าหมายไง เป้าหมายของเราคืออะไรเราก็ต้องเดินไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง มีออกนอกลู่นอกทางแต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาแข็งแรงให้ได้เหมือนเดิม เพราะเรารู้ว่าเป้าหมายในชีวิตเราคืออะไร เจี๊ยบว่าถ้าเกิดคนเรามีเป้าหมายในชีวิตมันจะทำให้เราใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมาย รู้ว่าเราเหนื่อยแต่เรามีเป้าหมายที่จะไป ถ้าเราเหนื่อยแต่ไม่มีเป้าหมาย เราอาจจะล้มเลิกไปก็ได้แต่อย่างหนึ่งคือพ่อกับแม่จะเป็นคนที่ใจดีมาก เพราะเจี๊ยบเห็นมั้งเลยเป็นการซึมซับมาตั้งแต่เด็กๆ เจี๊ยบก็เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้แล้วนำมาให้กับคนรอบข้าง ซึ่งดีกว่าการบอก เพราะถ้าเราไม่ได้ซึมซับมาเราคงไม่อิน แต่นี่กลายเป็นคนที่ใจดีทั้งบ้าน มีแรงบันดาลใจหรือมุมมองในการใช้ชีวิตอย่างไรที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

เจี๊ยบยังไม่ประสบความสำเร็จมากหรอก เพราะเจี๊ยบต้องรอให้เรียนจบ และทำความฝันให้เป็นจริง แต่มุมมองอย่างหนึ่งของเจี๊ยบคือ เราตั้งเป้าหมายในชีวิตและเดินไปตามทางที่เราตั้งไว้ คนเรามันท้อได้ แต่อย่าเพิ่งไปถอยมัน สู้ให้เต็มที่ คือเจี๊ยบเชื่อว่าคนเราถ้าเกิดเราพยายามอะไรแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ได้ตามที่เราคาดหวังไว้บ้างแหละ สิ่งหนึ่งคือเจี๊ยบคิดว่าเราทำอะไรแล้วแฮปปี้โดยที่ไม่เดือดร้อนใคร เราก็ทำต่อไป