คุณอรสา กาญจนชูศักดิ์ เซเลบริตี้และเวิร์กกิ้งวูแมนอีกท่านที่มีไลฟ์สไตล์น่าสนใจ นอกจากการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ Magic Year International Kindergarten ยังพ่วงงานดูแลธุรกิจครอบครัวอีกหลายอย่างแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแบ่งเวลาในการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี POSITIF ฉบับนี้จึงชวนคุณอรสามาพูดคุยถึงมุมมองการทำงาน แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ในแบบฉบับของเวิร์กกิ้งวูแมนที่ Work hard play hard

หน้าที่ความรับผิดชอบในปัจจุบัน

ตอนนี้ทำธุรกิจอยู่หลายอย่าง ทั้งธุรกิจครอบครัวที่ทำมานานกว่า 60 ปี คือสินค้าตัวแป้งมันที่คุณพ่อทำไว้ คนจะรู้จักเราตรงนั้นอีกอย่างคือธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ พอทำตรงนั้นถึงจุดหนึ่งเราก็มาสนใจเรื่องการศึกษา เริ่มจากหลานๆ เรียนอยู่ที่นี่ และเราก็เข้ามาสัมผัสเลยรู้สึกชอบและพอดีตอนนั้นโรงเรียนจะขยาย เราก็เลยมาร่วมทุน จนถึงวันนั้นก็ 10 ปีแล้วที่เรามาร่วมทุน พอทำแล้วเราก็รู้สึกสนุก เพราะเราได้เรียนรู้ไปด้วย เราทำหน้าที่บริหารเรื่องการเงิน ดูเรื่องธุรกิจทั้งหมด ช่วงแรกๆ มาดูแค่เรื่องของธุรกิจ แต่พอเราทำไปแล้วเรารู้สึกสนุก เราเลยเริ่มอบรมกับโรงเรียน เวลา เขามีเทรนนิ่งต่างๆ หุ้นส่วนเราบอกว่าถ้าเรามาอบรมแต่ไม่ได้ไปสอนเราจะไม่ได้วิชาอะไรเลย เราเลยลองสอนดู เริ่มสอนภาษาจีน ได้เห็นพัฒนาการของเด็กๆ ที่เร็วมาก เรายิ่งรู้สึกอินใหญ่เลย ก็สอนอยู่ประมาณ 3 ปี เราก็ได้วิชาแล้ว เลยเริ่มอินกับโรงเรียนมากขึ้น

รับผิดชอบงานหลายอย่างแบ่งเวลาอย่างไร

ไม่ได้กำหนดเวลาชัดเจนว่าจะต้องไปทำอะไรหลักๆ คือต้อง Balance เอา อย่างช่วงนี้ต้องเข้ามาที่โรงเรียนถี่หน่อยเพราะว่าเรากำลังจะขยายโรงเรียน ตอนนี้เราไปลงทุนซื้อที่ดินใหม่กำลังจะขยาย ก็จะเข้ามาที่โรงเรียนบ่อยหน่อย แล้วแต่ความสำคัญของแต่ละช่วงเวลามากกว่า

หลักในการทำงาน การใช้ชีวิต

ส่วนตัวเรามองว่าสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของ Balance คือต้องไม่เยอะหรือน้อยเกินไป ทำอะไรก็ได้แต่ต้อง Balance ถ้าเราเริ่มรู้สึกว่างานช่วงนี้ทำงานหนักไป เราก็จะจัดเวลาไปเที่ยวบ้าง ไปทำงานให้สังคม ออกกำลังกายบ้าง เพราะเราเป็นคนที่ชอบออกกำลังกาย อาทิตย์หนึ่งต้องไปออกกำลังกาย 4 - 5 ครั้ง เพราะไม่อย่างนั้นจะรู้สึกล้าไปทั้งร่างกายและสมอง พอเราจัดสรรทุกอย่างได้ลงตัว เวลาทำงานเราจะทำเต็มร้อย เพราะเรารู้ว่าจะต้องไปทำอะไรต่อ เราว่าวิธีคิดหลักของชีวิตคือการ Balance ให้ได้

ช่วงไหนทำงานหนักมากก็จะขอเวลาไปเที่ยว เพราะว่าเป็นคนชอบท่องเที่ยวมาก ไปเจอนั่นเจอนี่ทำให้สดชื่น คือคนทำงานไม่ว่าจะเป็นงานที่ชอบหรือไม่ชอบยังไงก็ต้องมีปัญหาอยู่แล้วต้องไปพักบ้าง ไปมองโลก ไปมองคนอื่น ไปทำงานให้สังคมบ้าง

ไอดอลในการทำงาน

พ่อนี่สุดยอดพูดถึงไม่ได้เลยด้วยเพราะพูดถึงแล้วจะร้องไห้ (หัวเราะ) พ่อเป็นคน Balance มาก ครอบครัว งาน สังคม พ่อปลูกฝังและหล่อหลอมให้เราโดยที่เราไม่รู้ตัวถ้าถามถึงไอดอลเลยเป็นพ่อ พ่อไม่สนใจทรัพย์สิน ไม่สนใจเงิน ให้อะไรได้ให้หมดเลย ให้ครอบครัวมีความสุขก่อน แต่ในขณะเดียวกันท่านก็ช่วยเหลือสังคมและวงการกีฬา จนได้ฉายา “เสี่ยจอมบริจาค” ตัวอย่าง Balance ของคุณพ่อ เราก็ซึมซับมาเรื่องการแบ่งปันด้วย เป็นมนุษย์มหัศจรรย์ เรารู้สึกว่าโชคดีจังที่เราเห็นคนแบบนี้ตั้งแต่เกิด โดยที่เราไม่รู้ตัว และหล่อหลอมมาเป็นตัวเรา

งานกิจกรรมเพื่อสังคม

จริง ๆ เราทำมานานแล้ว เนื่องจากโรงเรียนเราหลักสูตร บุคลากรพร้อมเราก็จะไปทำงานกับระดับเทศบาล อย่างปีนี้เราก็จะไปทำกับเทศบาลอำเภอปลายบาง จ.นนทบุรี เขามีศูนย์เด็กเล็ก 7 แห่งในพื้นที่ เราจะไปอบรมครูให้การเรียนรู้กับเด็กเล็กอย่างไรให้เหมาะสมในแต่ละขวบวัยเราทำมานานเป็น 10 ปี แล้ว เราก็เวียนไปทำเรื่อยๆ เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของครูกับเด็กก็เลยทำเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เราทำออกไปให้สังคม คือคืนเป็นเงินก็ง่ายสำหรับคนที่มีเงินแต่คืนเป็นความรู้ความสามารถด้วยการเสียสละของเรามันเป็นสิ่งที่มีความสุขมากกว่าการเอาทุนทรัพย์ไปแจกตอนทำเหนื่อยมาก กว่าจะเตรียมงานเยอะแยะไปหมด แต่พอเราทำแล้วเห็นผล มันอาจจะไม่มากมาย แต่เราทำแล้วมีความสุข

ส่วนตัวเรามองว่าสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของ Balance คือต้องไม่เยอะหรือน้อยเกินไป...พอเราจัดสรรทุกอย่างได้ลงตัว เวลาทำงานเราจะทำเต็มร้อย เพราะเรารู้ว่าจะต้องไปทำอะไรต่อ เราว่าวิธีคิดหลักของชีวิตคือการ Balance ให้ได้

ความคาดหวังในอนาคต

ก็ทำมาเรื่อยๆ นะ จะ 10 ปีแล้ว แล้วแต่จังหวะว่าเราจะเจอใครที่อยากให้เราช่วย บางอันเราเสนอไปว่าอยากช่วยแต่เขาไม่เอาก็มี(หัวเราะ) มันก็มีทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเราจะโฟกัสแค่ไม่ประสบความสำเร็จมาเป็นตัวตั้ง เราก็จะไม่มีกำลังใจในการทำต่อในเมื่อสิ่งที่ประสบความสำเร็จมมากกว่า เราชื่นใจกว่า เราก็เอาตรงนั้นมาโฟกัสและทำต่อไป