ผิวขาดน้ำอุปสรรคสำคัญของการมีผิวสวย

ภาวะผิวขาดน้ำนั้นเป็นภาวะเรื้อรังจากภาวะร่างกายขาดน้ำ สาเหตุหลักๆเกิดจากการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ เราลองมาดูกันนะครับว่าเรากำลังเป็นโรคผิวขาดน้ำกันอยู่หรือไม่

ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำหรือภาษาทางการแพทย์เรียก Dehydration หมายถึงภาวะที่ร่างกายเราสูญเสียน้ำมากกว่าที่ร่างกายได้รับ ซึ่งหากขาดน้ำมากๆ และไม่ได้รับการทดแทนอย่างเพียงพอในเวลาที่เหมาะสม ก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียตามมา โดยน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเลือด น้ำย่อย ปกติร่างกายเราจะสูญเสียน้ำประมาณ 10 ถ้วย หรือ 2.5 ลิตร ทางเหงื่อ ลมหายใจ และการขับถ่าย นอกจากน้ำแล้วร่างกายยังเสียเกลือแร่ด้วย

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ
ทุกเพศทุกวัยมีความเสี่ยงในการขาดน้ำพอๆ กัน แต่กลุ่มที่จะกล่าวต่อไปนี้จะมีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำสูงกว่ากลุ่มอื่น ได้แก่

- เด็กและทารก เนื่องจากมีขนาดเล็ก น้ำหนักน้อย ร่างกายต้องการน้ำมาก และเป็นกลุ่มซึ่งจะเกิดอาการท้องร่วงได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น
- ผู้สูงอายุ เสี่ยงต่อการขาดน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำในร่างกายมีไม่มาก ประสาทในการรับรู้เรื่องหิวน้ำลดลง และการตอบสนองต่ออุณหภูมิของร่างกายเสียไป
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคตับ โรคไต กลุ่มนี้เพียงมีปัจจัยอื่นกระตุ้นเล็กน้อยก็อาจจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ
- ผู้ที่ออกกำลังกายมาก เช่น วิ่งมาราธอน ขี่จักรยาน ไตรกีฬา เพราะยิ่งออกกำลังกายนานร่างกายจะมีโอกาสขาดน้ำได้ง่าย
- ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่สูง ร่างกายจะปรับตัวโดยการขับปัสสาวะเพิ่ม ขณะเดียวกันต้องหายใจไวเพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ทำให้ร่างกายต้องขาดน้ำ

ผิวขาดน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพผิวที่พวกเราอาจเป็นกันได้บ่อยๆ และอาจจะเป็นสาเหตุหลักๆ ให้เกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาได้อีกด้วย เช่น ผิวคล้ำ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ฉะนั้นหากใครมีปัญหาที่กล่าวมาจึงต้องพิจารณาว่า เรามีภาวะผิวขาดน้ำหรือไม่ ซึ่งไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าหากปล่อยให้เป็นปัญหาเรื้อรัง อาจจะทำให้ผิวของเราเสียจนยากที่จะฟื้นฟูให้กลับมามีสุขภาพดีอีกครั้งได้

สำหรับปัจจัยหลักๆ ที่จะทำให้เราเป็นโรคผิวขาดน้ำนั้น ได้แก่ ดื่มน้ำน้อย รวมถึงต้องเผชิญกับแสงแดดแรงๆ ทุกวันจึงทำให้ร่างกายขาดน้ำส่งผลให้เกิดอาการผิวแห้งอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้การที่อยู่ในห้องแอร์นานๆ ก็สามารถทำให้ผิวขาดน้ำได้เช่นกัน เพราะอากาศเย็นและแห้งนั้นจะทำให้ความชื้นในอากาศลดลง จนอาจจะก่อให้เกิดอาการผิวขาดน้ำได้

อาการของผิวขาดน้ำ
- ผิวแห้ง ลอก และอาจเป็นขุยโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ้าลองเอาเล็บข่วนเบาๆ จะเห็นว่าผิวจะเป็นรอยเล็บ และมีสีขาวเป็นทางยาว
- เดี๋ยวผิวแห้ง เดี๋ยวผิวมัน อาจจะเกิดได้ในระยะเวลาอันสั้นกลับไปกลับมา หรือบางคนอาจจะหน้าแห้งลอกทั้งที่หน้ามัน
- แต่งหน้าไม่ติด เครื่องสำอางอยู่ไม่ทน ทาครีมไม่ค่อยซึม และรองพื้นที่หน้าแล้วเป็นขุยๆ จุดนี้แม้จะคล้ายกับอาการผิวแห้ง แต่จะแตกต่างกันตรงที่
- ผิวแห้งการดูดซึมก็ยังเป็นไปตามปกติ ยังสามารถเกลี่ยเครื่องสำอางและครีมบำรุงได้ง่าย แต่ผิวขาดน้ำผิวจะไม่ดูดซึมเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นได้เลย
- ผิวหน้าอิดโรยและไม่สดใส ผิวขาดน้ำจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่น ผิวจะดูแห้ง และดูหยาบกร้านขึ้น เวลาสัมผัสที่บริเวณผิวจะรู้ทันทีว่าผิวจะไม่นุ่ม หรือไม่กระชับเช่นเคย
- คนที่ผิวขาดน้ำมากๆ อาจจะเกิดผื่นแพ้ ผิวแดงเป็นจ้ำ ผิวอักเสบและเกิดอาการแพ้ง่ายได้ เนื่องจากโครงสร้างผิวกำลังขาดความยืดหยุ่นจากการขาดน้ำนั่นเอง

การดูแลรักษาอาการผิวขาดน้ำ
- ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เนื่องจากผิวของเราขาดน้ำ เพียงแค่เติมเต็มน้ำให้กับผิวด้วยการดื่มน้ำมากๆ โดยให้ดื่มน้ำวันละ 10 แก้ว หรือประมาณ 1.5 - 2.0 ลิตรทุกวัน นอกจากจะช่วยรักษาอาการผิวขาดน้ำได้แล้วยังจะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นอีกด้วย

- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนคือยารักษาโรคที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากร่างกายเรานั้นจะฟื้นฟูตัวซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในช่วงที่เรานอน ส่งผลทำให้ผิวฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมน้ำให้กับผิว เช่น โทนเนอร์ ครีม หรือเจลตระกูล Hydration ซึ่งอาจจะใช้ควบคู่กับครีมบำรุงที่มีอยู่ เพื่อให้ผิวชุ่มชื่น กักเก็บน้ำได้ดี และเคลือบผิวไม่ให้ถูกอากาศดูดความชุ่มชื่นออกไป ผลคือผิวก็จะชุ่มชื่นขึ้น ดูอิ่มน้ำ และมีสุขภาพดีขึ้น

โรคทางกายต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ที่ทำให้ผิวขาดน้ำได้ เช่น โรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์เป็นพิษ หากใครมีโรคประจำตัวดังกล่าวมานี้ ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาโรคอย่างต่อเนื่อง และควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อได้รับการประเมินอย่างละเอียด พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
พันตำรวจโท นายแพทย์ ดร.บันเจิด ฐิตาภิวัฒนกุล น.บ.,บธ.ม.


Group Practice/Hospital Affiliations
Police General Hospital, Mother Princess Navuti Hospital,
Dermatologist Royal Medical Division, Chitrlada Palace, Dermatologist
Medical School and Year of Graduation
Juntendo University,Tokyo, Japan 2006 Ph.D. (Dermatology)
Phramongkutklao College of Medicine, Bangkok Thailand 2000 M.D.
วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า, กรุงเทพ, ประเทศไทย พ.บ.
มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพ, ประเทศไทย น.บ. ศศ.บ.(รัฐศาสตร์)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพ, ประเทศไทย บธ.ม.