จากหนังสือนิทานสู่เรื่องเล่าแสนสนุก

ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือเป็นการปูพื้นฐาน ที่สำคัญสำหรับเด็กทุกคน ทำให้ คุณธนะชัย สุนทรเวช และ คุณนวิษฐา สุนทรเวช หรือ “พ่อเมฆ” กับ “แม่เอ๋ย” ที่เด็กๆ หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี เริ่มต้นจากการอยากทำหนังสือนิทานให้แก่ลูกชายได้อ่าน กว่า 7 ปีที่ผ่านมาทั้งคู่ตั้งใจผลิตหนังสือนิทานและสื่อการเรียนรู้ คุณภาพให้แก่สังคม จนต่อยอดนำไปสู่กิจกรรมการเล่านิทานให้แก่เด็กๆ ตามโรงเรียนต่างๆ ตามมา

จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสำนักพิมพ์ก้อนเมฆนั้น เกิดจากความตั้งใจของทั้งคู่ที่อยากจะมีของขวัญไว้ให้ลูกชาย ด้วยพื้นฐานของคุณพ่อที่เขียนหนังสือตำราเรียนมาก่อน มีทักษะการเล่าเรื่องเป็นทุนเดิม และคุณแม่ที่ทำงานออกแบบ สามารถวาดรูปได้ จึงตั้งใจทำหนังสือนิทานไว้เป็นของขวัญให้ลูก

“เล่มแรกที่ออกมาชื่อสีสนุก สอนเรื่องศิลปะ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวเราอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าเด็กทุกคนน่าจะชอบเรื่องสีสัน การวาดรูป เราเอาหนังสือนิทานที่ชอบไปให้โรงพิมพ์ตีราคาดู กะทำขายสนุกๆ ปีละ 1 เล่ม ตอนแรกตั้งใจจะเป็นอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจเป็นสำนักพิมพ์ด้วยซ้ำ”
คุณธนะชัย เล่า

“ส่วนเหตุผลที่ใช้ชื่อสำนักพิมพ์ว่าก้อนเมฆ เพราะเป็นชื่อของคุณเมฆ และเมฆยังเป็นสัญลักษณ์แทนความคิดของเด็ก ที่เวลามองท้องฟ้าเขาจะคิดว่าก้อนเมฆเป็นสัตว์รูปต่างๆ ก็เลยทำเป็นโลโก้ก้อนเมฆ ลองเช็คชื่อดูยังไม่มีใครใช้ อีกอย่างอักษร ก ไก่ เป็นอักษรตัวแรก เวลาคนเสิร์ชหาข้อมูลก็จะเจอชื่อของเราก่อน เลยเป็นที่มาของชื่อและโลโก้”
คุณนวิษฐา บอกเพิ่มเติม

หนังสือนิทานต่างๆ คุณธนะชัยได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของลูกชายตัวน้อย ตลอดจนคุณพ่อคุณแม่อีกหลายท่าน ที่เมื่อประสบปัญหาในการเลี้ยงลูกก็มักจะมาขอคำปรึกษาคุณธนะชัยและคุณนวิษฐาอยู่เสมอ การผลิตหนังสือนิทานแต่ละเล่มของสำนักพิมพ์ก้อนเมฆจึงใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต โดยได้ตั้งปณิธานในการทำหนังสือนิทานคือ เนื้อหาต้องดี รูปและสีต้องสวย รูปเล่มของหนังสือต้องมีคุณภาพ และขายในราคาที่คุณพ่อคุณแม่พอซื้อได้

“นิทานของสำนักพิมพ์ก้อนเมฆมีจุดเด่นคือ อ่านนิทานจบแล้วแต่ยังไม่จบ เรามีกิจกรรมท้ายเล่มให้ทำเสมอ เช่น ในเรื่องลมเย็นเล่นว่าว เราแทรกแผนที่สถานที่สำคัญของ กทม. รอบเกาะรัตนโกสินทร์ คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกเดินไปตามแผนที่ได้เลย เราอยากทำสิ่งที่ไม่ได้มีแค่หนังสืออย่างเดียว เราอยากให้มีกิจกรรมเกิดขึ้นในครอบครัว ทุกเล่มที่ทำเราต้องไปดูหน้าแท่นพิมพ์เอง ดูเรื่องสี ความถูกต้อง ราคาต้นทุนการผลิตแพงไม่ว่าขอให้ตรงกับที่เราต้องการ ในการผลิตเราหาโรงพิมพ์ที่คุยกันถูกคอ ว่าสิ่งที่เราอยากได้เพราะอะไร เราจึงต้องหาโรงพิมพ์ที่มีแนวคิดเหมือนกัน”
คุณนวิษฐา กล่าว

จากหนังสือนิทาน... คุณธนะชัยและคุณนวิษฐาได้ต่อยอดนำเรื่องราวจากหนังสือมาเล่าให้ตัวละครโลดแล่นไปตามจินตนาการของเด็ก ผ่านการเล่านิทานให้ฟัง เริ่มจากโรงเรียนของลูกและค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไปยังโรงเรียนต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

“เราเริ่มเล่านิทาน เพราะว่ากิจกรรมที่โรงเรียนของลูก เขาอยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียน โดยไม่ได้บังคับว่าต้องทำอะไร บางบ้านก็มาสอนเด็กๆ ทำคัพเค้ก ทำแซนวิช บ้านเราทำหนังสือนิทาน เราเลยอยากไปเล่านิทานให้เพื่อนลูกฟังดีกว่า เขาก็ให้เวลาเรา 1 ชั่วโมง เด็กๆ ก็สนุกสนานกันมาก คุณครูก็เห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เลยเปลี่ยนให้มาเล่าใต้ตึกที่มีเด็กๆ ทุกชั้นมานั่งฟัง คือสะกดเด็กอยู่ เงียบทั้งโรงเรียน (หัวเราะ) จนครูงงว่า อยู่ในห้องทำไมไม่เป็นแบบนี้”

จากการเล่านิทานวงเล็กๆ ก็เริ่มขยายออกไปเรื่อยๆ มีทั้งการไปเล่านิทานให้เด็กในโรงพยาบาล เด็กพิเศษ โดยคุณธนะชัยเป็นอาสาสมัครนักอ่านเพื่อการบำบัดมาเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี และได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเด็กพิเศษเหล่านี้มาทำเป็นหนังสือนิทานอีกด้วย