Slow Life ช้าที่ใจ...

สุขได้แม้ในขณะที่โลกหมุนเร็ว

ท่ามกลางสังคมที่เร่งรีบไลฟ์สไตล์แบบ Slow Life ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งในโซเซียลมีเดียต่างๆ ที่มีการพูดถึงเรื่องนี้กัน การใช้ชีวิตแบบ Slow Life นั้น เป็นการสร้างสมดุลแห่งช่วงเวลาในชีวิตอย่างเหมาะสม เป็นมิติทางการใช้ชีวิตที่ลึกซึ้งกว่าโดยปกติทั่วไป POSITIF ฉบับนี้จึงชวนผู้อ่านทุกท่านไปสัมผัสกับชีวิตแบบ Slow Life กันให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

Slow Life คือ การใช้ชีวิตแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปอย่างมีสาระ ชะลอตัวเองไม่ให้ไหลไปกับกระแสนิยม ใช้ชีวิตให้ช้าลงเพื่อให้มีสติและซึมซาบกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มากขึ้น เพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบในแต่ละวัน ทำให้ผู้คนต่างแก่งแย่งชิงดีกันทุกอย่าง ซึ่งล้วนส่งผลลบกับชีวิตหลายอย่าง เช่น ร่างกายที่ถูกบังคับให้ทำงานหนักมากกว่าเดิม ใช้ความคิดที่หนักขึ้น ทำให้พลาดสิ่งดีๆ หลายอย่าง ดังนั้นแนวคิดเรื่องของ Slow Life จึงเกิดขึ้นเพื่อให้คนเราใช้ชีวิตในทุกๆวัน ด้วยความละเมียดละไม เพื่อเก็บเกี่ยวเรื่องราวดีๆ ในแต่ละวัน และซึมซับสิ่งดีๆ เหล่านั้นไว้

หากอยากสัมผัสการใช้ชีวิตแบบ Slow Life จึงควรเริ่มต้นที่ใจ

เพียงปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือมุมมองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในชีวิตดังต่อไปนี้

จัดลำดับความสำคัญ

ในแต่ละวันนั้นมีภาระที่ต้องทำหลายอย่าง หลายคนคิดว่าทุกเรื่องในชีวิตมีความสำคัญเท่ากันหมด จนบางครั้งจัดลำดับไม่ถูกว่าควรจะทำอะไรก่อน - หลังดี แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองหัวหมุนไปกับภารกิจในแต่ละวัน ลองตั้งสติและนั่งลำดับความสำคัญดูว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบจัดการให้เสร็จ และแบ่งลำดับความสำคัญไล่เรียงลงมา และแบ่งเวลาให้ตัวเองพักเบรคด้วย เพียงเท่านี้เราก็จะรู้ได้ว่าแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง

ห่างจากโลกออนไลน์

สังคมก้มหน้าเป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน หลายคนจึงปล่อยให้ตัวเองอยู่กับสังคมออนไลน์แทบจะตลอดเวลาโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ดังนั้นจึงควรดึงตัวเองออกมาสู่โลกความเป็นจริง ห่างจากโลกออนไลน์บ้าง เพื่อให้เวลาตัวเองได้เห็นและรับรู้สิ่งรอบตัวที่เคยมองข้าม อาจจะนัดเจอเพื่อนๆ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว มีโอกาสได้พูดคุยสื่อสารกันแบบเห็นหน้าค่าตากันแทนการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ เพียงเท่านี้ก็จะได้สัมผัสถึงความสุขเล็กๆ จากผู้คนรอบข้าง

รู้จักช้ากับบางเรื่อง

บ่อยครั้งที่วิถีชีวิตที่เร่งรีบอาจทำให้พาตัวเองสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การขับรถเร็วๆ ดังนั้นบางเรื่องในชีวิตจึงควรรู้จักว่าสิ่งใดควรช้า อย่างการขับรถให้ช้าลง มีน้ำใจในการใช้ถนนก็เป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก แถมยังลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุได้ การปรับวิถีการกินอย่างการเคี้ยวอาหารให้ช้าลง นอกจากจะได้สัมผัสรสชาติความอร่อยของอาหารให้ยาวนานมากขึ้น ข้อดีอีกอย่างคือ ระบบย่อยอาหารจะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ร่างกายจะสมดุลขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง

อยู่กับปัจจุบัน

มีสติจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบันให้มากที่สุด เรื่องที่ผ่านไปแล้วให้ปล่อยผ่านไป เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ส่วนเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงอย่าเพิ่งไปคำนึงถึงให้มาก สนใจแค่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า วิธีนี้จะช่วยให้เรามีสมาธิกับปัจจุบันจิตใจไม่ฟุ้งซ่านถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด

อยู่กับธรรมชาติ

เปิดโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสกับธรรมชาติ อย่างการเดินย่ำไปบนพื้นหญ้า ให้ลมพัดเส้นผมให้ปลิว ให้ผิวได้รับแสงแดด โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหาธรรมชาติจากที่ไกลๆ เพียงแค่ลุกออกจากห้องหากิจกรรมกลางแจ้งทำแทนการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อซึมซับธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัว จะทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้น สมองจะโล่งโปร่งสบาย

มองโลกในแง่ดี

คนเราจะสุขหรือทุกข์ล้วนอยู่ที่ความคิดของตัวเองทั้งสิ้น ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตขึ้นกับว่าเราจะเลือกมองในมุมไหน บางครั้งการมีมุมมองแย่ๆ กับเรื่องรอบตัวก็เพราะการลืมพิจารณาเรื่องนั้นๆ ให้ดี พึงระลึกไว้เสมอว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าดีหรือร้ายล้วนมีข้อดีแฝงไว้อยู่ทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องใช้สติในการพิจารณาให้ดี แล้วจะเห็นแง่มุมดีๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้น ความคิดดีๆ หรือการมองโลกในแง่บวกจะช่วยเปลี่ยนโลกที่หมองหม่นให้กลายเป็นโลกที่สดใสได้