ไม่ว่าฤดูไหนๆ ดูเหมือนว่าแสงแดดของประเทศไทย

ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนนี้ที่ความร้อนจะเพิ่มสูงมาก แสงแดดจึงเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนพยายามหลีกเลี่ยง เพราะในแสงแดดนั้นมีรังสีอัลตราไวโอเลต อันเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมา นอกจากนี้การอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ ยังส่งผลกระทบกับผิวหนังโดยตรง นั่นคือการเกิด Sunburn หรือผิวไหม้แดด ที่มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงฤดูร้อนที่มีแสงแดดจัดนั่นเอง

Sunburn หรือผิวไหม้แดด เกิดจากการอยู่ท่ามกลางแสงแดดจัดๆ เป็นเวลานาน โดยอาการไหม้แดดจะเกิดขึ้นมากน้อย แค่ไหนขึ้นกับระยะเวลาที่โดนแดด ความถี่ของการได้รับแสงแดด ความเข้มข้นของแสงแดด และสีผิวตามแต่ชนิดของผิวตามธรรมชาติว่าจะตอบสนองอย่างไรเมื่อได้รับแสงแดด ซึ่งทั้งสองอย่างจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม

อาการ Sunburn ที่แสดงออกมาทางผิวหนังนั้นจะมีอาการบวม แดง ปวดแสบปวดร้อน นอกจากนี้อาจมีอาการคันร่วมด้วย โดยสามารถแบ่งอาการ Sunburn ได้ 3 ระดับ ได้แก่


ระดับ 1 แสบเล็กน้อย คัน แดง

อาการนี้จะเป็นอาการเริ่มต้นของอาการ Sunburn เมื่อเริ่มมีอาการดังกล่าวให้รีบหลบเข้าที่ร่ม ดื่มน้ำมากๆ ในกรณีที่ต้องอยู่กลางแดดต่อให้ทาครีมกันแดดเพิ่ม หรือหากจบกิจกรรมกลางแจ้งแล้วให้รีบทำความสะอาดผิว และทา After sun หรือ เจลว่านหางจระเข้ เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวที่โดนแดด ลดการอักเสบ การระคายเคือง และเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ควรเลือกทา After sun ที่ปราศจากน้ำหอม เพราะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า เมื่อทาประมาณ 2-3 วันอาการจะดีขึ้น


ระดับ 2 ปวดแสบปวดร้อนตามผิว บวมแดง

หลังจากดูแลผิวในระดับ 1 เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นแล้วประมาณ 5-7วัน ต่อมาผิวจะมีอาการลอกเป็นขุย แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว อย่างวิตามินอี แต่หากรู้สึกว่าอาการไม่ดีขึ้น มีอาการปวดแสบปวดร้อน บวมแดง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ โดยแพทย์อาจให้ยามารับประทานควบคู่กับการดูแลผิว


ระดับ 3 พุพองเหมือนโดนน้ำร้อนลวก

นับเป็นอาการ Sunburn ที่รุนแรงให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเกิดแผลแตก เสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดอาการอักเสบที่ผิวหนังหากดูแลไม่ดี โดยปกติจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 1 เดือน ผิวก็จะหายดีเป็นปกติ

การป้องกันอาการ Sunburn
- หลีกเลี่ยงการออกไปโดนแสงแดดช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. เนื่องจากความเข้มข้นของรังสี UVA และ UVB จะสูงที่สุด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม สวมหมวก หรือกางร่มเมื่อต้องออกแดด
- ทาครีมกันแดดทั้งใบหน้าและผิวกายเป็นประจำทุกวัน โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป อย่าง POSITIF Ultimate UV Protector Cream SPF 50+ PA++++ ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ สูตรกันน้ำ
- ยึดติดกับผิวได้ดี ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ และยูวีบี ด้วย SPF 50+ PA++++ ผสานสารสกัดจากผลแบล็คเบอร์รี่ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอย และความหมองคล้ำจากแสงแดด ทำให้ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใส ด้วยประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกันรังสียูวีจึงช่วยลดเลือนฝ้ากระ อย่างเห็นผลได้จริง
- ทาครีมที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหนัง เพื่อลดการสูญเสียน้ำของผิวหนัง อย่าง POSITIF NOURISHING ALL-IN-ONE GEL เจลดูแลผิวชนิดบางเบาซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึก ด้วยสารสกัดจากดอกคาโนลา ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ป้องกันการสร้างเม็ดสีเมลานิน ให้ผิวรู้สึกนุ่มสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วย Squalane ที่สกัดจากตับ
- ปลาฉลามน้ำลึกและกรดไฮยาลูรอนิคที่ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้แหล่งน้ำสำรองใต้ผิว ให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ดูเปล่งประกายกว่าที่เคย
- หลีกเลี่ยงการขัด ถู สครับผิวและงดใช้สารต่างๆ ที่ทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้น
- ควรใช้ผลิตภัณฑ์ After Sun หลังจากออกแดด เพื่อป้องกันการอักเสบของผิวหนัง
- ผิวที่โดนแดดมาจะมีอาการขาดน้ำ จึงควรงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะช่วยขับปัสสาวะทำให้ผิวขาดน้ำมากยิ่งขึ้น