ชีวิตในแบบ

รู้เท่าทันตัวเอง... สไตล์

ตุ๊ก - ชนกวนัน รักชีพ

“คุณตุ๊ก ชนกวนัน รักชีพ” ถือเป็นนางแบบ นักแสดง และพิธีกรมากความสามารถ อีกท่านของวงการบันเทิงบ้านเรา รวมทั้งยังพ่วงตำแหน่งคุณแม่ลูก 2 ของน้องแพรว น้องภูมิ ถึงแม้ตารางงานจะแน่นเอี๊ยดแต่คุณแม่แสนสวย ก็ยังเจียดเวลาผันตัวเองมาลองเป็นเกษตรกร รวมทั้งพาลูกๆ ร่วมสัมผัสวิถีชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยการปลูกข้าวปลอดสารพิษ 100% จำหน่ายภายใต้ชื่อ “สุธาทิพย์ฟาร์ม” ถือเป็นซุปเปอร์มัมอีกท่านที่มีแนวคิดในการเลี้ยงลูก มีแนวทางในการใช้ชีวิต และไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ จน POSITIF ต้องชวนคุณตุ๊กมานั่งพูดคุยกันในฉบับนี้

ตอนนี้คุณตุ๊กทำอะไรอยู่บ้างค่ะ?

ตอนนี้ก็เป็นนางแบบ นักแสดง และพิธีกรรายการประจำคือ Mom club ทางช่อง MCOT Family รายการกายใจ ทางช่อง Now 26 รายการแม่บ้านมืออาชีพ ทางช่อง True For You และรายการยาหมอบอก แต่อันนี้จะมีเป็นซีซั่น ส่วนละครที่แสดงมีเรื่องมือปราบสายเดี่ยว ถ่ายจบไปแล้วแต่ยังไม่ได้ออนแอร์ น่าจะได้ดูในเร็ว ๆ นี้

แบ่งเวลาระหว่างเรื่องงานกับการดูแลลูกๆ อย่างไร? มีหลักการเลี้ยงลูกอย่างไร?

เวลาทำงานก็จะทำในช่วงที่ลูกไปโรงเรียน งานทุกอย่างที่ทำจะเริ่มทำหลังจากส่งลูกไปโรงเรียนเสร็จแล้ว และทำงานทุกอย่างให้เสร็จก่อนบ่ายสามโมง เพื่อไปรับลูกกลับจากโรงเรียน เรื่องการเลี้ยงลูก จริงๆ ไม่ค่อยมีหลักการ ยังต้องถามคนอื่นอยู่ ยังมีวันที่เราไม่สบายใจและคิดว่าจะทำให้ดีขึ้นในวันข้างหน้า เวลาเห็นคนที่มีลูกโตกว่าก็จะคอยถาม แต่หลักนิดๆ ที่พอจะยึดได้คือเลี้ยงในแบบที่เค้าเป็น เพราะว่าตามธรรมชาติของเด็กทุกคนไม่ได้เหมือนผ้าพับไว้ เราก็ต้องเข้าใจเค้า และเลี้ยงเค้าในแบบที่เค้าเป็น แล้วเราก็จะไม่มีปัญหาอะไรมาก เราจะเข้าใจกันและกัน และตุ๊กไม่ได้มีจุดมุ่งหมายมาก แค่ให้เค้ากินอิ่ม นอนหลับ และมีความสุขก็พอ

ในแต่ละวันที่ใช้ชีวิตคุณตุ๊กมีแนวทางในการใช้ชีวิตอย่างไร?

ถ้าจะตอบว่าไม่มีมันก็เหมือนไม่มี แต่ตุ๊กเชื่อว่าลึกๆ แล้วทุกคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง ของตุ๊กก็พยายามที่จะรู้เท่าทันตัวเอง ส่วนใหญ่คนเค้าก็จะห่วงว่าจะต้องรู้ให้เท่าทันคนนั้นคนนี้ ตุ๊กว่าส่วนใหญ่ที่เราเหนื่อยหรือเสียใจกันทุกวันนี้ เพราะเรารู้ไม่เท่าทันตัวเอง บางทีถ้าพอที่จะรู้ทันตัวเองว่า ตอนนี้โกรธแล้วนะ ตอนนี้เสียใจแล้วนะ มันจะไม่จมดิ่งไปในอารมณ์นั้นนานซักเท่าไหร่ ตอนนี้ก็พยายาม แต่ยังทำได้ไม่ดี รู้เท่าทันโลกประมาณหนึ่งว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรจริงแท้แน่นอน ไม่ใช่ว่าตุ๊กปล่อยได้ทุกเรื่อง แต่พอรู้ว่าอะไรก็ตามในโลกนี้แทบจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที เพราะฉะนั้นถ้ามันเกิดเหตุการณ์อะไรแล้วทำให้เราเซอร์ไพรส์หรือช็อค มันก็ช่วยเราไปได้เยอะแล้ว เพราะส่วนใหญ่คนเราก็จะชอบมีคำถามว่าทำไม? แต่บางเรื่องเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเหตุผลก็ได้ และทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้

ช่วยเล่าเรื่องปลูกข้าวปลอดสารพิษให้ฟังหน่อย

ถ้าปลูกข้าวจริงๆ แล้วเป็นเรื่องของครอบครัวที่ จ.สุพรรณบุรี คุณพ่ออยากจะเอาที่นาที่ให้ชาวนาเช่าบ้าง หรือที่ดินที่มีอยู่เปล่าๆ เอามาทำนาเอง แล้วก็มีวัตถุประสงค์เดียวคือ ทำเกษตรอินทรีย์ ทำแล้วต้องมีประโยชน์ต่อสังคมด้วย เพิ่งสำเร็จเป็นเกษตรอินทรีย์ประมาณ 3 ปีที่แล้ว เริ่มจากปลูกทานเองก่อน แล้วเราก็แฮปปี้ที่มีข้าวที่เราปลูกเองแล้วเป็นข้าวที่มีประโยชน์ ไม่ทำร้ายเรา จนมันมีปริมาณที่มากขึ้นเราจึงนำมาขายค่ะ ผลตอบรับดีมาก ดีจนแบบเราคิดว่าการปลูกข้าวมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอย่างหนึ่ง เราไม่คิดว่าการที่เราปลูกข้าวจะต้องมีคนยอมรับเราขนาดนี้ จะมีคนให้การสนับสนุนเราขนาดนี้ ทั้งที่อาชีพชาวนาเป็นอาชีพดั้งเดิม ต้องขอขอบพระคุณทุกท่าน คนไทยด้วยกันทั้งหมด ทั้งเป็นแฟนคลับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยทั้งหมดที่สนับสนุน อันนี้ขอบคุณมาก ๆ

คุณตุ๊กมีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง

เรื่องทาน เป็นคนทานเยอะมาก ซึ่งเป็นนิสัยแบบที่คนสนิทจะตกใจมากว่าถ้าทานขนาดนี้ควรหนัก 300 กิโล โชคดีที่เมตาบอลิซึมสูง แต่ทานเยอะๆ มันก็ไม่ดี แต่จะไม่ดื่มน้ำอัดลม ไม่ทานของดอง เป็นคนทาน 3 มื้อ ทานครบหมู่ เรื่องดื่มน้ำก็จะเป็นคนที่เช็คตัวเอง คือไม่ได้เช็คตัวเองจนเหนื่อยเกินไป แต่จะรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาว่าวันนี้ดื่มน้ำครบ 2 – 3 ลิตรหรือยัง และออกกำลังกาย เรียกว่าติดได้เลย ส่วนหนึ่งเราพยายามที่จะรักษาเมตาบอลิซึมของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าเราทานเก่ง ออกกำลังกายจึงแทบจะไม่ขาดเลย อาทิตย์ละ 6 วันได้ เช่น วิ่งตอนตี 5 ทุกวันเพราะว่ามันง่าย แต่ก็จะมีอย่างอื่นบ้าง เช่น โยคะ พิลาทิสก็ทำให้จิตใจสงบร่มเย็น ก็ชอบมาก

เป้าหมายต่อไปที่คุณตุ๊กอยากพาตัวเองไปจุดนั้นคืออะไร?

เค้าบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็น The Best แต่ต้อง Better than yesterday คืออยากเป็นแม่ที่สมบูรณ์กว่านี้ อยากมีข้อผิดพลาดที่น้อยลงกว่านี้ในทุกเรื่องที่เราทำ หรืออยากทำให้ดีกว่าเดิมในเหตุการณ์นี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นแม่ เรื่องลูก หรือแม้ว่าการทำงาน การเป็นพิธีกร การเป็นนางแบบ ทุกอย่าง อยากให้มันอยู่ในจุดที่พัฒนาแล้ว จะ 1% หรือจะ 10% หรือ 100% ถ้ามันดีขึ้นก็โอเค และอยากจัดเวลาให้ดีกว่านี้ เป็นมนุษย์ที่มีประโยชน์กับสังคมให้มากกว่านี้

"ตุ๊กว่าส่วนใหญ่ที่เราเหนื่อยหรือเสียใจกันทุกวันนี้ เพราะเรารู้ไม่เท่าทันตัวเอง บางทีถ้าพอที่จะรู้ทันตัวเองว่า ตอนนี้โกรธแล้วนะ ตอนนี้เสียใจแล้วนะ มันจะไม่จมดิ่งไปในอารมณ์นั้นนานซักเท่าไหร่ ตอนนี้ก็พยายาม แต่ยังทำได้ไม่ดี"