วินัดดา วรรณเมธี

เพราะชีวิตคือการทำวันนี้ให้ดีที่สุด

คอลัมน์ Celebrity ฉบับนี้มีโอกาสดีที่ได้นั่งคุยกับผู้หญิงเก่งอีกหนึ่งท่าน อย่างคุณวินัดดา วรรณเมธี ที่พ่วงตำแหน่งภรรยานักการทูตอย่างคุณเสข วรรณเมธี นอกจากนี้ยังต้องทำหน้าที่คุณแม่แสนสวยของลูกสาววัยน่ารักทั้ง 2 คน ที่ถึงแม้บทบาทหน้าที่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องบอกว่าไม่ว่าจะบทบาทไหนผู้หญิงเก่งคนนี้ก็ “เอาอยู่” ทุกหน้าที่

POSITIF ฉบับนี้จึงไม่พลาดที่จะพูดคุยกับคุณวินัดดา เพื่อล้วงลึกเคล็ดลับในการทำงาน การใช้ชีวิต ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งการดูแลตัวเองที่ต้องบอกว่าถึงจะเป็นคุณแม่ลูกสอง แต่ยังฟิตแอนด์เฟิร์มสุดๆ ที่สำคัญคือเป็นผู้หญิงที่คิดบวกและมีรอยยิ้มติดตัวเสมอ ทำให้บรรยากาศในการพูดคุยครั้งนี้อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ความสนุกความท้าทายระหว่างบทบาทการเป็นภรรยานักการทูต และคุณแม่

จริงๆ ก็สนุกและท้าทายคนละแบบ ภรรยานักการทูตจะต้องไปอยู่ต่างประเทศ ต้องไปปรับตัวกับเรื่องของวัฒนธรรมที่ แตกต่างจากบ้านเรา โดยเคยไปอยู่ที่วอชิงตัน ดีซี และที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งก็ต้องเรียนรู้ในแง่ของการปรับตัวที่แตกต่างกันไปของการประจำการทั้งที่อเมริกาและยุโรป ในขณะเดียวกันบทบาทที่เป็นภรรยาของนักการทูตก็ต้องทำงานในส่วนที่รับผิดชอบ ตามหน้าที่ และช่วงที่ไปอยู่ประจำการในต่างประเทศก็ยังได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อยอดจากการศึกษาเดิมอีกด้วยรู้สึกสนุกและท้าทายเพราะว่ามีบทบาทหลายหน้าที่มาก ทั้งคุณแม่ ภรรยานักการทูต ที่ต้องปรับตัว

วินดดา วรรณเมธี เพราะชีวิตคือการทำวันนี้ให้ดีที่สุด

"จริงๆ การใช้ชีวิตคือคิดถึงวันนี้เพียงวันเดียวและก็ทำให้ดีที่สุด ถ้าวันนี้ดีพรุ่งนี้ก็จะดีเอง ไม่คิดไกล เพราะว่าคิดไกลไปจะทำให้เรา สร้างความเครียดให้กับตัวเองในการที่จะไปถึงจุดที่เราอยากจะไปถึง"

วินดดา วรรณเมธี เพราะชีวิตคือการทำวันนี้ให้ดีที่สุด

หลักการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของครอบครัววรรณเมธี

เลี้ยงแบบเปิดใจ คือให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ใช่เป็นแค่พ่อแม่ แต่เป็นเพื่อนด้วยที่จะรับฟังทุกๆ เรื่องที่ลูกเล่า ทำให้เราสามารถรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก ไม่ว่าเรื่องที่เขามีความสุขหรือปัญหาในชีวิตของเขา โดยเฉพาะคนโตเขาจะเล่าให้เราฟังทุกเรื่อง จะเปิดใจฟังเขาเพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่าต้องมีความลับกับพ่อแม่ ในขณะเดียวกันการอบรมสั่งสอนลูกก็ต้องมีหลักการพอสมควร เพราะถ้าปล่อยเกินไปลูกก็อาจจะไม่ได้อยู่ในระเบียบที่ดีนัก ก็เลยต้องมีทั้งไม้แข็ง ไม้อ่อนบ้าง ต้องดุได้บ้างถ้าเค้าทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง(หัวเราะ) ถ้าเทียบกันระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ คุณแม่ดุกว่าเยอะค่ะ (หัวเราะ) คุณพ่อจะตามใจ เลยบาลานซ์กัน

เราสองคนจะร่วมกิจกรรมกับลูกตลอด การบ้านลูกจะไม่เคยปล่อยให้ลูกทำเองคนเดียว จะเอามาดูก่อนและหาคำตอบที่ถูกต้องเก็บไว้ในใจก่อน ยังไม่ตอบให้ และให้ลูกได้ลองคิดเองทำเอง ถ้าไม่ถูกต้องจะค่อยๆอธิบาย ดังนั้นเราสองคนจึงต้องรู้ก่อนว่าหลักสูตรที่ลูกต้องเรียนทั้งหมดเป็นอย่างไร ที่โรงเรียนสอนอะไรบ้าง การบ้านที่ลูกได้รับจะบ่งบอกถึงการเรียนการสอนในช่วงเวลานั้นๆ และเราจะทำร่วมกับลูก ไม่เคยปล่อยให้เขาทำการบ้านคนเดียว กิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนลูก เราสองคนจะต้องไปมีส่วนร่วมเสมอสำหรับลูกทั้งสองคน เพราะว่าลูกคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตเราสองคนค่ะ

บุคคลต้นแบบในการดำเนินชีวิต

คุณพ่อคุณแม่ค่ะ เพราะการที่จะมาถึงวันนี้ก็เป็นเพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นคนสร้างพื้นฐานทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความรู้ กว่าจะมีวันนี้ต้องสะสมมาจากสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ให้ตั้งแต่เด็ก เหมือนเราซึมซับทุกสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่เลี้ยงดูมา ทุกอย่างที่ท่านสอนและทำแต่สิ่งดีๆ เราก็เอามาปฏิบัติกับครอบครัวเราในปัจจุบัน เพราะคุณพ่อคุณแม่รักกันมาก อยู่ด้วยกันมานานจนมีลูกมีหลาน ก็เลยใช้หลักการนั้นมาดูแลครอบครัว ครอบครัวเราเลยมีความสุข

หลักการใช้ชีวิตที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

จริง ๆ การใช้ชีวิตคือคิดถึงวันนี้เพียงวันเดียวและก็ทำให้ดีที่สุด ถ้าวันนี้ดีพรุ่งนี้ก็จะดีเอง ไม่คิดไกล เพราะว่าคิดไกลไปจะทำให้เราสร้างความเครียดให้กับตัวเองในการที่จะไปถึงจุดที่เราอยากจะไปถึง ถ้าไปไม่ถึงก็จะผิดหวัง เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความผิดหวังก็ตื่นมาตอนเช้าก็คิดซะว่าจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด และทำให้ดีที่สุด พอเราจะนอนเราก็รู้สึกว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ก็จะนอนหลับสบาย แฮปปี้ ลูกก็จะแฮปปี้ ถ้าเราคิดบวกลูกก็จะคิดบวก

เคล็ดลับในการดูแลตัวเอง

อันดับแรกคือต้องไม่เครียด ทานอาหารที่มีประโยชน์เพราะถ้าเราทานอาหารไม่มีประโยชน์ลูกก็จะทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพราะเขาจะดูแม่ทานทุกอย่าง ดื่มน้ำสะอาด มากๆเพื่อช่วยขับของเสีย รับประทานวิตามินและอาหารเสริมตามความเหมาะสม และออกกำลังกายขั้นต่ำต้องออกอาทิตย์ละ 3 วัน ครั้งละประมาณ 40 นาที ส่วนใหญ่จะเป็นจ็อกกิ้ง มี Stretching บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะทำที่บ้าน เพราะไม่มีเวลามากนักค่ะ เพราะต้องทำงานและดูแลลูกด้วย

วางแผนชีวิตตัวเองและครอบครัวต่อจากนี้อย่างไรบ้าง?

เนื่องจากสามีเป็นนักการทูต ยังไม่รู้ว่าอนาคตต้องย้ายไปประจำการที่ไหนอีก ถ้าเขาย้ายไปอยู่ต่างประเทศก็ต้องย้ายตามไปด้วยกันทั้งครอบครัว ก็ต้องค่อยๆปรับตัวกันตามเหตุการณ์ โดยนอกจากปฏิบัติงานตามหน้าที่ของภรรยานักการทูตที่ได้รับมอบหมายแล้ว ก็ต้องวางแผนเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา และการรักษาพยาบาลของลูกที่ต่างประเทศ เพราะว่าก็จะมีความแตกต่างจากในบ้านเรา ในส่วนของตัวเองถ้ามีเวลาว่างก็จะหาโอกาสในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่เรียนมาเพื่อไม่ให้ลืมความรู้ เพราะช่วงนั้นก็จะเป็น ช่วงที่หยุดจากการทำงานประจำเพื่อลาติดตาม แต่ช่วงนี้เรายังอยู่ที่เมืองไทยก็ยังคงดำเนินชีวิตตามกิจวัตรประจำวันเดิมอยู่ มีที่หาข้อมูลเพิ่มในส่วนของระบบการศึกษาของลูกและการวางแผนการศึกษาของลูกในอนาคตบ้างค่ะ